2005/Mar/21

ย้อนหลังปี 2543 ผมเริ่มตั้งบริษัท Thaiventure.com อยากเรียนรู้จากนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างท่านนายกฯทักษิณ ชินวัตร ช่วงนั้นท่านเริ่มตั้งพรรคไทยรักไทยใหม่ๆยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีภารกิจรัดตัวอย่างทุกวันนี้ วันนั้นผมจำได้ว่าเป็นกลางเดือนสิงหาคม 2543

ท่านนายกฯได้ให้โอกาสสัมภาษณ์ 1 ชั่วโมงเต็ม จึ่งอยากนำบทสัมภาษณ์มาให้อ่านกันเล่น ๆเผื่อมีประโยชน์ครับ พร้อมกับนำบางส่วนของหนังสือ "จับเสือมือเปล่า" ที่ผมเขียนไว้ด้วยครับ

ภาวะจนตรอกเช่นนี้เปรียบเสมือนผมกับภรรยาตกลงไปในก้นบ่อก้นเหวที่ลึกเหลือเกิน ไม่รู้ว่าลึก เท่าไหร่แต่รู้ว่าลึกมาก เรารู้แต่ว่าต้องใช้กำลังภายในกำลังใจทุกอณูจากตัวเรานี่ กอดกันให้ กลม เกลียว แล้วร่วมกันออกแรงกระโดดขึ้นมา และเราต้องการให้พ้นเหวพ้น บ่อขึ้นมายืนบนดินเท่านั้น ไม่เคยคิดไปไกลว่านี้ ไม่เคยหวังว่าร่ำรวยอะไรเลย ในที่สุดผมเลือกที่จะสู้ต่อ หันมาตั้งหลักใหม่ เพื่อมองหาหนทางกระโดดขึ้นจากก้นเหว"

นี่เป็นตอนหนึ่งของหนังสือ ทักษิณ ชินวัตร ตาดูดาว เท้าติดดิน เรียกว่าพูดจากใจของชายคนหนึ่งที่เคยเป็นหนี้

ท่วมหัว นายกรัฐมนตรีของเราเข้าใจชีวิตของการเป็นหนี้จึงทำให้เข้าใจชีวิตนักธุรกิจเป็นอย่างดี

ทำไมผมถึงบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีของเราเป็นพวกจับเสือมือเปล่าเหมือนกันเพราะแต่ละอย่างที่ท่านทำลงไปเสี่ยงทั้งนั้นครับเรียกว่าสุด ๆ เหมือนกันจะวิเคราะห์จากหนังสือเล่มนี้ให้ทุกท่านแล้วพิจารณากันว่า

ท่านนายกฯ จับเสือมือเปล่าหรือไม่ เสือที่จับไม่ใช่ลูกเสือแต่เป็นเสือลาดพาดกลอนตัวใหญ่ด้วย

ท่านทักษิณเริ่มสะสมทุนทางปัญญาด้วยการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาลเป็นการจับเสือตัวแรกให้กับตัวเองด้วยการเป็นนักเรียนทุนรัฐบาล เรียนปริญญาเอกเป็นระยะเวลา 4 ปี ด้าน criminology Sam Houston State University สร้างโอกาสให้กับตัวเองแม้ว่ายังรับราชเป็นตำรวจอยู่

เคยสงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมท่านนายกฯเรียนเกี่ยวกับอาชญาวิทยามาแต่ทำไมสามารถสร้างธุรกิจโทรคมนาคมให้ยิ่งใหญ่ได้ เรียนเพียงแค่ 6 หน่วยกิตเท่านั้นนะครับ แถมช่วงระยะเวลาที่จะเข้าประมูลโทรศัพท์มือถือ ไม่ค่อยมีสตางค์เป็นหนี้เยอะ ไม่มีเงินค่าที่ปรึกษา ต้องครูพักลักจำเก็บข้อมูล ลองอ่านจากบทสัมภาษณ์เองแล้วกันจะทราบครับว่าท่านก็จับเสือมือเปล่าเหมือนกัน

กลุ่มวิชาถัดมาเห็นจะเป็นคอมพิวเตอร์ ซึ่งผมเรียนแค่ 6 หน่วยกิต อันที่จริงคอมพิวเตอร์เป็นเพียงวิชาเลือก ตามหลักสูตร กำหนดให้เลือกระหว่างภาษาต่างประเทศกับคอมพิวเตอร์ ผมเป็นคนไม่ชอบภาษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งภาษาสเปน รัสเซีย เยอรมัน ประกอบกับโดยตัววิชาคอมพิวเตอร์เองก็เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี ซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวของผมอยู่แล้ว การเรียนคอมพิวเตอร์ จึงเหมือนกับได้พบเพื่อนเก่า ได้เจอของที่ชอบและหายไปอีกครั้ง

หน้า . 97 ด้วยสายเลือดนักธุรกิจ ด้วยมรดกจากพ่อในตัว ทำให้ผมสนใจจะสร้างธุรกิจเอง แต่ทั้งเนื้อทั้งตัว กลับจากอเมริกา มีเงินเหลือกลับมาเพียง 2 แสน กับรถเบนซ์เก่า ๆ 1 คัน ผมไม่กล้าคิดอะไรไกลเกินกำลัง

P.110 ความสำเร็จของนักบริหารจึงวัดกันที่ความเสี่ยง นี่เองว่าใคร จะมีศิลปะ ในการคิดคำนวนความเสี่ยงได้สวยงามลงตัวกว่ากัน

P. 123 ปี 2533 องค์การโทรศัพท์ฯ ( ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท